วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ร้านต้มตุ๋น สไตล์ "เนื้อต้มบ้านม้า"

อัสลามุอะลัยกุมฯ .....บิสมิ้ลลาฮิรเราะห์มานิรเราะฮีม.


       วันนี้บ่ายๆ วันเสาร์ แดดคล้อยๆ กระผมและทีมกินได้มายังร้านเนื้อต้มร้านหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ริมถนนรามคำแหง ปากซอยรามคำแหง 81/4 ชื่อร้าน "เนื้อต้มบ้านม้า" ร้านนี้เน้นเนื้อเป็นเมนูหลักของร้าน เด่นๆ ก็จะเป็นเนื้อตุ๋น สเต็กเนื้อ แต่ก็มีเมนูอื่นๆ ประกอบด้วย  การเดินทางมาที่ร้านถ้ามาจากพระรามเก้าหรือคลองตัน ก็มุ่งหน้ามาทางถนนรามคำแหง ใช้เส้นทางถนนด้านล่างนะครับ (ถ้าขึ้นทางยกตอนลงจะเลยร้านไปแล้วต้องเสียเวลากลับรถมาใหม่) วิ่งตามถนนมาเรื่อยๆ จนเจอปากซอยรามคำแหง 81 ซ้ายมือ ให้วิ่งชิดซ้ายเลยมาอีกหน่อยจะเจอป้ายรถเมล์ เลยป้ายรถเมล์มาอีกนิสเดียว จะเห็นป้ายชื่อร้านชัดเจนอยู่ซ้ายมือ สามารถเลี้ยวรถไปจอดในซอยถัดจากร้านได้เลยครับ อ่อเพิ่มเติมให้อีกหน่อยส่วนใครที่เดินทางมาจากทางแยกลำสาลี เมื่อเข้าเส้นถนนรามคำแหงแล้วให้ใช้เส้นทางด้านล่างเหมือนกัน เพื่อไปกลับรถตรงสถานีตำรวจหัวหมากครับ






การตกแต่งภายในร้านจะออกแนวย้อนยุด อนุรักษ์ของเก่า มีของเก่าหลากหลายชนิด เรียกได้ว่าทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันจัดมาครบเลยทีเดียว  โต๊ะและเก้าอี้ที่นำมาใช้ให้ความรู้สึกแนวโรงเตี๊ยม , ร้านน้ำชา ประมาณนั้น ด้วยการตกแต่งและการจัดไฟในร้านให้ดูสลัวๆ(ตอนกลางวัน) ทำให้ได้บรรยากาศไปอีกแบบเลย






       เมนูแนะนำของร้านจะมีติดรูปและราคาให้เห็นชัดเจน แต่วันนี้ลองสั่งมาบางเมนูเท่านั้นไล่เรียงกันมาดังนี้ครับ เกาเหลาเนื้อตุ๋น , ข้าวไก่พริกไทยดำ , ต้มยำสด , ข้าวแกงกะหรี่ไก่ทอด และ สเต๊กเนื้อสัน




ชามนี้คือเกาเหลาเนื้อตุ๋น สั่งแบบพิเศษมา ราคาปกติชามละ 50 บาท ถ้าพิเศษ(เพิ่มเอ็นกรอบหรือเนื้อมันแทรก) ราคาชามละ 70 บาท หน้าตาดูดีทีเดียวเห็นแล้วนึกถึงเนื้อเมื่อเข้าไปในปากคงจะหวานนุ่มลิ้นแน่ๆ เลย ลองชิมน้ำซุปก่อนครับ อืมมมมม....ไม่มีรสชาติครับ แต่หอมเครื่องที่ตุ๋นดี พอปรุงรสตามที่ชอบ เฮ้ย!! กลมกล่อมและชูรสชาติได้ดีเลย เมื่อลิ้มชิมเนื้อก็นุ่มลิ้นเคี้ยวง่ายดังที่มโนไว้  ไหนๆ ก็เกาเหลาแล้ว ข้าวสิครับรอไร?? เสิร์ฟใส่ชามเล็กกว่าชามเกาเหลาแต่ก้นลึก ใส่พูนๆ หน่อย อิ่มจริง



ข้าวไก่พริกไทยดำ จานนี้ปริมาณปานกลางไม่มากไม่น้อยเกินไป เสิร์ฟคู่น้ำจิ้ม เมนูนี้โดยส่วนตัวและทีมกินไม่ค่อยประทับใจนัก(ทางร้านมีติดป้ายให้แสดงความคิดเห็นได้ แต่ด้วยพรสวรรค์ที่ปันให้ชิม อาจถูกปากหลายๆ ท่านที่เป็นลูกค้า เลยไม่ได้บอกอะไรไปครับ เกรงว่าความเป็นดั้งเดิมของสูตรอาหารจะเพี้ยนไป) ส่วนตัวคิดว่าตัวไก่ที่ผัด(หรือราด)ซอสมานั้นค่อนข้างจืดไปนิดนึง ไม่ออกหวานหรือเค็มนัก จึงได้จัดน้ำจิ้มมา แต่น้ำจิ้มออกรสเปรี้ยว ทั้งไก่และน้ำจิ้มเมื่อกินแล้วทำให้นึกถึงแกงกุรุหม่าที่เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มเลย ราคาจานนี้ต้องขออภัย  -_< ลืมดูราคามาครับ





ต้มยำสด ชามนี้จัดว่าโดนด้วยรสชาติแปลกแหวกแนว(หรือไม่เคยกินมาก่อนนั่นเอง) ต้มเนื้อตุ๋นใส่ตะไคร้ อาจจะมีข่าด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ มีน้ำมะนาวและพริกขี้หนูมาให้เพิ่มด้วย ราคาคิดแบบเดียวกับเกาเหลาเนื้อตุ๋น อร่อยๆๆๆๆ


จานนี้เค้าให้ชื่อว่า ข้าวแกงกะหรี่ไก่ทอด สไตล์ญี่ปุ่น ไอ้ตัวเราก็ไม่ค่อยจะถนัดแนวนี้เท่าไรนัก แต่หน้าตามันน่ากิน เลยต้องลิ้มชิมรสสักหน่อย ภาพรวมของจานนี้คือไก่บดปรุงรสขึ้นรูปเป็นแผ่นหนาพอประมาณ ทอดจนเหลืองน่ากินมาก วางอยู่บนข้าวที่ราดด้วยแกงกะหรี่ข้นๆ รสชาติแกงจะชัดเจนถึงเครื่องแกงกะกรี่และมันบดที่อยู่ในนั้น  แต่ไม่จัดจ้านมาก ไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน โดยรวมแล้วคือดี แต่ติดเลี่ยนเล็กน้อย สนนราคาอยู่ที่ 80 บาท



สเต็กเนื้อสัน หั่นมาพอดีคำ ค่อนข้างจะมีมันเยอะ เสิร์ฟมากับสลัดผัก และมันฝรั่งแท้ๆ กริลหอมๆ ตัวซอสที่ราดเนื้อมารสชาติค่อนข้างดี  เนื้อที่สั่งเอาแบบสุกพอดีก็ยังไม่เหนียว จานนี้ 100 บาท

       นอกจากเมนูที่สั่งมาลิ้มลองวันนี้แล้ว ทางร้านยังมีเมนูที่น่าสนใจโดยเฉพาะตัวนี้ "เนื้อเปื่อย ผัดโคตรเผ็ด" ที่ชื่อชวนให้ลองเป็นอย่างมาก แต่ทางทีมกินเราวันนี้บอกไว้คราวหน้าค่อยมาลองกันใหม่ ^- _ -^ อิ่มโพดๆ แล้ว อ้ออีกอย่างถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะมีพิซซ่าด้วย แต่ต้องโทรมาสั่งไว้ก่อนที่จะเข้าไปที่ร้าน(แต่เค้าไม่ยักบอกเบอร์ เราก็ไม่ทันได้ถาม).....

อิ่มแล้ว....อัลฮัมดุลิ้ลลา..

สำหรับผู้ที่สนในเมนูอาหารโดยเฉพาะเนื้อ ก็ไปลิ้มรสกันได้ ร้านเค้าเปิดทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ เวลาเปิด-ปิดร้าน น่าจะประมาณ 11 โมงถึง 2 ทุ่ม(ถ้าจำไม่ผิด) เนื้อนุ่ม ชุ่มลิ้น กินเพลิน.




หากการริวิวของผมมีสิ่งใดขาดตก บกพร่อง ต้องขอมะอัฟไว้ ณ ที่นี้ด้วย......วัสลาม.

                                                                                                                                    อบเชย.

                             


         

                                   

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

รีวิวร้านชาบูมุสลิม นิดาชาบู

อัสลามุอะลัยกุมฯ....นิดาชาบู ชาบูไทยสไตล์มุสลิม

วันนี้มีโอกาสมา(ตั้งใจมา) เยือนถิ่นคู้ขวา แหล่งรวมร้านอาหารมุสลิมหลากหลาย แต่ถ้าเป็นอาหารสไตล์ชาบู ต้องบอกเลยว่าที่นิดาชาบูน่าจะเป็นทีแรกของคู้ขวา จากสื่ิอโฆษณาซึ่งหลักๆ บล็อกเกอร์เองจะพบเห็นในเฟซบุ๊ค เค้าบอกว่าชาบูมุสลิมสายพานแห่งแรกที่คู้ขวา ลงทุนด้วยงบประมาณหลักสิบล้านเลยทีเดียว!!  วันนี้ได้มาเยือนถึงที่แล้ว เลยมารีวิวตามสไตล์ของบล็อกเกอร์เลยละกัน

       การเดินทางมายังร้านเริ่มจากเข้าถนนคู้ขวา(ราษฎร์อุทิศ) มาไม่ไกล ผ่านศูนย์อาหารกองเอียดมาเล็กน้อย ก็จะเห็นตัวร้านอยู่ติดกับถนนชัดเจน ทีแรกคิดว่าไม่มีที่จอดรถ เพราะเห็นรถจอดข้างทางเป็นแถวยาวเลย แต่พอใกล้จะถึงร้านก็เห็นพนักงานยืนโบกรถให้เข้าไปจอดด้านหลังร้าน สังเกตเห็นว่ากำลังมีการปรับพื้นที่เป็นลานจอดรถ น่าจะจอดได้หลายคันเลย เมื่อจอดรถเสร็จก็ต้องเดินย้อนซอยออกมาเพื่อที่จะเข้าหน้าร้าน(ร้อนจริงๆเลย แอบสังเกตเห็นมีทางเข้าทางหลังร้าน แต่เหมือนจะไม่เปิดให้เข้า-ออก)
เมื่อเดินมาถึงหน้าร้าน จากรูปตัวอาคาร , ป้ายด้านบน , ทางเข้าหน้าร้าน ออกแบบมาค่อนข้างสวยงามน่าเข้าไปใช้บริการมาก  เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็จะพบกับสายพานลำเลียงขนาดใหญ่ 2 สายพาน ที่ขนาบข้างไปด้วยโต๊ะ(4 ที่นั่ง เสริมได้ 1 ที่นั่ง) พร้อมเตาไฟฟ้าและหม้อรอบริการอยู่








ด้านข้างประตูทางเข้าทำเป็นเคาเตอร์สำหรับชำระเงินค่าอาหาร มีช่องทางเดินแบ่งเป็น 3 ช่องทาง(หันหน้าเข้าร้าน) คือด้านซ้ายสุด , ด้านขวาสุด และตรงกลาง ด้านซ้ายและขวาจะเป็นจุดบรการเครื่องดื่ม , ของว่าง และขนม ส่วนช่องกลางเป็นทางเดินเข้าโต๊ะอาหาร มีห้องน้ำบริการด้านหลังร้านโดยจะอยู่สุดช่องทางเดินซ้าย  บรรยากาศโดยทั่วไปของร้านตกแต่งแบบเรียบๆ ไม่ได้มีอะไรโดเด่นสะดุดตานัก แต่จุดขายอยู่ที่สายพานลำเลียงจานอาหาร ในส่วนของจุดบริการเครื่องดื่ม และขนมของว่างต่างๆ ดูขัดกับร้านเล็กน้อย แต่ยังดีที่มีแบ่งเป็น 2 ฝั่งเพื่อง่ายต่อการเข้าถึง
จากรูปจะเห็นได้ว่าผนังของร้านทั้ง 2 ด้าน เป็นกระจกบานใหญ่และมีม่านซึ่งกันแสงได้ไม่ดีนัก บวกกับร้านตั้งอยู่กลางแจ้ง(ไม่ได้อยู่ตามห้าง) ทำให้แสงแดดและความร้อนสาดส่องมาในร้านได้พอสมควร และอาหารประเภทชาบูต้องใช้ความร้อนอยู่แล้ว ทำให้ต้องเร่งแอร์สู้กับแดดแรงๆ ข้างนอกพอสมควร แต่ส่วนตัวบล็อกเกอร์เองรู้สึกว่าไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไปนัก

     


         ทีนี้มากล่าวถึงอาหารในร้านกันดีฝ่า...เมื่อลงนั่งปุ๊บ ก็มีพนักงานมาตั้งหม้อเติมน้ำซุปให้ สังเกตเห็นลักษณะขุ่น คล้ายน้ำซุปกระดูก แต่ไม่ทันได้ชิมรสชาติน้ำซุปซะก่อนว่าเป็นยังไง คุณน้องของบล็อกเกอร์ก็เทกระจาด เอ้ย! เทจานส่วนผสมทั้งเนื้อ ผัก ต่างๆ นาๆ ลงไปซะแล้ว เลยพลาดชิมน้ำซุปไป น้ำซุปที่นี่จะมีเพียงสูตรเดียว ต่างจากชาบูของที่อื่นๆ(อาจไม่ใช่มุสลิม) ที่จะมีน้ำซุปปลา หรือ น้ำซุปต้มยำเพิ่มมาด้วย  ในส่วนของเครื่อง หรือ อาหารต่างๆ ที่ลำเลียงมาตามสายพาน ก็จะมีผักกาดขาว , ผักบุ้ง , เห็ด , เนื้อ , ไก่ , กุ้ง , หมึก , ปลา ฯลฯ คล้ายๆ กับชาบู หรือ เนื้อย่างเกาหลีทั่วๆ ไป ซึ่งเมื่ือเทียบกับชาบูแบบที่ไม่ใช่มุสลิมแล้ว ยังขาดความหลากหลายพอสมควร  อ้อลืม++ เค้ายังมีเนื้อสไลซ์วางไว้ให้ 1 จาน จับคีบมาแกว่งๆ ในน้ำเดือดๆ แล้วจิ้มน้ำจิ้มเข้าปาก อันนี้ค่อนข้างโดนแต่ไม่มีเติมให้อ่ะ   พอพูดถึงน้ำจิ้มก็ว่ากันต่อเลย ที่นี่มีน้ำจิ้มหลักๆ 2 อย่างคือ น้ำจิ้มแจ่ว กับ น้ำจิ้มสุกี้ ความเห็นบล็อกเกอร์คิดว่าแจ่วจะออกหวานไปนิด ส่วนน้ำจิ้มสุกี้ค่อนข้างโอเค เติมพริกกับกระเทียมไปหน่อยจะอร่อยมากขึ้น  นอกจากน้ำจิ้ม 2 ตัวนี้บนโต๊ะจะมีขวดซีอิ๊ว เข้าใจว่าเป็นประมาณโชยุไว้กินกับซูชิ และซอสมะเขือเทศเอาไว้จิ้มเฟรนซ์ฟรายด์เป็นแน่แท้  จุดเด่นของชาบูอีกอย่างนึงคือน้ำจิ้ม ถัาสามารถเพิ่มเติมในส่วนของน้ำจิ้มงา หรือ พอนสึ อีกสัก 2 ตัว อาจจะเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้มากขึ้น

       ของว่าง , ขนม และเครื่องดื่ม อยู่ในจุดรวมซึ่งต้องลุกไปบริการตัวเอง วันนี้ที่ร้านจัดน้ำไว้บริการ 5 รส คือ ลิ้นจี่ , ชามะนาว , องุ่น , สัปปะรด และน้ำสีฟ้าๆ(อันนี้จำชื่อไม่ได้)  ในมุมของว่างมีเฟรนซ์ฟรายด์กับโคนปีกไก่ทอด(น่องเล็กๆ)  , ซูชิ  และขนมจะมีลอดช่องน้ำกะทิ ไอศกรีม และผลไม้เป็น สัปปะรดกับแตงโม

กิน กิน กิน....จน......อิ่ม อิ่ม อิ่ม

ตอนนี้ทางร้านมีจัดโปรโมชั่นคนละ 259 บาท รวมทุกอย่างพร้อมเครื่องดื่ม(ให้เวลา 1ชั่วโมงครึ่ง) ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น ใครยังไม่ได้ลอง ก็ไปลองกันซะเดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ส่วนภาพหรือรายละเอียดเพิ่มเติมก็เข้าไปติดตามกันได้ทางเฟซของร้านเลย
https://www.facebook.com/pages/ร้านนิดาชาบู-ฮาล้าล/459115144260243

สรุปกันไปเลย.....

1. การเดินทางมาไม่ยาก ที่จอดรถถ้าเสร็จแล้วน่าจะเพียงพอกับลูกค้า แต่ต้องเดินมาเข้าหน้าร้าน ถ้ามีทางเข้าด้านหลัง หรือมีหลังคาทางเดินให้จะดีมากๆ เลย
2. การตกแต่งร้านทั้งภายในและภายนอกค่อนข้างดี จุดเด่นของร้านอยู่ที่สายพานลำเลียง
3. เมนูอาหารยังไม่หลากหลายหลายมากนัก รวมถึงน้ำซุปและน้ำจิ้มด้วย ส่วนอาหารที่เสิร์ฟบนสายพานมีความต่อเนื่องดี ไม่ขาดตอน
4. ราคาอาจยังดูแพงไปนิด แต่ถ้าเพิ่มความหลากหลายมากขึ้นน่าจะดีกว่านี้
5. เนื้อสไลซ์ ถือว่าเป็นเมนูหนึ่งที่ดีมาก แต่เสียดายมีให้แค่จานเดียว

ท้ายสุดของการรีวิวร้านอาหารนิดาชาบู ความแปลกใหม่ของชาบูสไตล์มุสลิม ถือว่าเป็นนวัตกรรมของร้านอาหารมุสลิมที่จะเปิดโลกของการบริโภคอาหารที่มั่นใจในคุณภาพของอาหารและฮาลาล 100%   ชวนพี่น้องมาช่วยกันอุดหนุนร้านพี่น้องมุสลิมด้วยกัน เพื่อหลีกเลี่ยงจากสิ่งหะรอมและสิ่งที่คลุมเครือต่างๆ  .....วัสลาม.

**หากการรีวิวมีสิ่งบกพร่อง หรือกระทบในด้านใด ซึ่งเป็นการกระทำโดยสุจริต ทางบล็อเกอร์ต้องขอมาอัฟไว้ ณ ที่นี้ด้วย**